7 พฤติกรรมการขับขี่อันตราย ที่ควรหลีกเลี่ยง

7 พฤติกรรมการขับขี่อันตราย ที่ควรหลีกเลี่ยง

7 พฤติกรรมการขับขี่อันตราย ที่ควรหลีกเลี่ยง

7 พฤติกรรมการขับขี่อันตราย ที่ควรหลีกเลี่ยง เพื่อความปลอดภัยบนท้องถนน

เมื่อผู้ขับขี่ขับรถโดยประมาท แน่นอนว่ามันจะนำมาซึ่งความสูญเสีย ทั้งทรัพย์สิน ทั้งการบาดเจ็บและเสียชีวิต แต่พฤติกรรมการขับขี่ของคนใช้รถทุกวันนี้ก็ยังเหมือนเดิม ข้อมูลจากจากศูนย์ข้อมูลอุบัติเหตุ หรือ ThaiRSC  ในปี 2562  ระบุว่า มีผู้ได้รับบาดเจ็บและเสียชีวิตจากอุบัติเหตุทางถนนสะสมสูงถึง 502,544 ราย มาดูกันว่า พฤติกรรมใดบ้างที่เราควรหลีกเลี่ยง เพื่อลดปัญหาดังกล่าว

1. เมาแล้วขับ

มีคนตายแทบทุกวันจากการเมาแล้วขับ แอลกอฮอล์ และสารเสพติด หรือยาบางชนิด จะส่งผลให้การตอบสนองของร่างกายลดลง อย่าเพียงแค่คิดว่าว่าดื่มน้อยแล้วขับไหว หรือ ไม่โดนจับเพราะเป่าทดสอบแล้วไม่เกินปริมาณแอลกอฮอล์ที่กำหนด การวางแผนล่วงหน้า  การใช้บริการแท็กซี่ หรือมีเพื่อนด้วยไปด้วยถ้าคิดจะดื่ม อาจจะทำให้คุณไม่กลายเป็นผู้ต้องหา และช่วยชีวิตคนไปโดยไม่รู้ตัว

2. ขาดสมาธิ

การขับรถมองนู่นนี่นั่นโดยไม่มองทาง การพูดคุยที่มากเกินไป การกินอาหารระหว่างขับรถ  หรือแม้แต่การปรับแอร์ ปรับวิทยุ ไปจนถึงการเล่นโทรศัพท์มือถือ ล้วนเป็นสาเหตุที่ทำให้ขาดสมาธิและนำพาไปสู่อุบัติเหตุได้ทั้งสิ้น โดยเฉพาะสมาร์ทโฟนในทุกวันนี้เป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ การแชทเล่น เล่นเน็ต หรือเซลฟี่ขณะขับรถ ก่อให้เกิดอันตรายถึงชีวิต และมีตัวอย่างให้เห็นกันอย่างมากมายแล้ว

3.  การใช้ความเร็ว

การใช้ความเร็วสูงเป็นเหตุให้เกิดการสูญเสียมาอย่างช้านานแล้ว อุบัติเหตุที่เกิดขึ้นโดยสาเหตุมาจากการขับรถเร็ว คิดเป็น 26% ของอุบัติเหตุทั้งหมด การขับรถเร็วเกินกำหนด จะเพิ่มโอกาสให้เกิดการชนได้มากขึ้น และปัจจัยหลักที่ส่งผลให้เกิดการขับรถเร็วโดยประมาท ก็คือ ความโกรธบนท้องถนน และการดื่มแล้วขับ

4. ไม่คาดเข็มขัดนิรภัย

การคาดเข็มขัดนิรภัยสามารถลดหรือป้องกันอาการบาดเจ็บหรือเสียชีวิตได้อย่างมาก แต่หลายคนก็ยังไม่ใส่ใจที่จะใช้มัน เข็มขัดนิรภัยสามารถลดการบาดเจ็บและเสียชีวิตได้ถึงครึ่งหนึ่ง กลุ่มคนส่วนใหญ่ที่มักไม่คาดเข็มขัดนิรภัยคือ วัยรุ่นหนุ่มสาว อายุ 18-34 ปี และผู้ชายไม่คาดเข็มขัดมากกว่าผู้หญิงถึง 10% ไม่ว่าจะไปที่ไหน ใกล้หรือไกล การคาดเข็มขัดนิรภัยทุกครั้ง เป็นวิธีที่ง่ายที่สุดในการดูแลตัวเองบนท้องถนน

5. มีอาการเหนื่อยล้า

การขับขี่ในขณะที่ง่วงนอน มีผลคล้ายกับการเมาแล้วขับ การตอบสนอง และรับรู้สิ่งต่างๆจะลดลง และเกิดการตัดสินใจที่ผิดพลาด รวมไปถึงการหลับในที่สามารถคร่าชีวิตของคุณได้จากการหลับในแม้เพียงไม่กี่วินาที การเปิดกระจก ดื่มกาแฟ ฟังเพลง แวะข้างทางหรือปั๊มน้ำมันแล้วงีบสักหน่อย  ก็ดูเป็นทางเลือกที่ดี

6 . สภาพอากาศเลวร้าย

พายุฝน หิมะ และลูกเห็บ เป็นสาเหตุให้เกิดอุบัติได้ ถึงแม้จะใช้ความระมัดระวังมากแค่ไหนก็ตาม ในสภาพอากาศที่ไม่เอื้ออำนวยกับการเดินทาง อย่างน้อยรถของคุณก็ควรพร้อมอยู่เสมอ ไม่ว่าจะเป็นยางที่สมบูรณ์พร้อมรับกับพื้นถนนเปียก หรือไฟส่องสว่าง ที่พร้อมใช้งานได้ปกติท่ามกลางพายุมืด วิธีรับมือกับสถานการณ์แบบนี้ คือชะลอความเร็วและขับขี่ด้วยความระมัดระวัง

7.  นักเลงบนท้องถนน

อารมณ์ชั่ววูบอาจเป็นเหตุให้คุณและเพื่อนร่วมเดินทางตกอยู่ในอันตราย พยายามควบคุมอารมณ์ให้เป็นปกติในขณะขับรถ ความฉุนเฉียวของคนอื่นไม่ได้ส่งผลดีอะไรกับเราเลย ยังนำพาไปสู่อุบัติเหตุที่ไม่คาดคิดอีกด้วย ทางที่ดีที่สุด คือหลีกเลี่ยงการปะทะในทุกกรณี

เมื่อรับรู้ถึงความเสี่ยงที่เกิดจากพฤติกรรมการขับขี่ที่แย่แล้ว จะสามารถช่วยให้คุณเป็นผู้ขับขี่ที่มีความรับผิดชอบมากขึ้น การทำประกันคุ้มครองภัยก็จะทำให้คุณขับขี่ด้วยความอุ่นใจมากขึ้น ขอให้เดินทางอย่างปลอดภัย ถึงจุดหมายโดยสวัสดิภาพในทุกการเดินทาง