เตรียมรถก่อนไปโรงเรียน

เตรียมรถก่อนไปโรงเรียน

เตรียมรถอย่างไรก่อนไปโรงเรียน ไม่ว่าเด็กๆของคุณจะอยู่ในวัยไหน การขับรถไปในสถานที่ๆมีเด็กอยู่เป็นจำนวนมากนั้น ความปลอดภัยจึงเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากจะต้องเตรียมอะไรหลายๆอย่างเพื่อให้เด็กๆของคุณในการไปโรงเรียนแล้ว การเตรียมรถยนต์รับส่งก็เป็นอีกหน้าที่หนึ่งที่ต้องไม่มองข้ามอย่างเด็ดขาด เพื่อให้การพาลูกๆไปถึงที่หมายได้อย่างปลอดภัย เรามีคำแนะนำมาฝากกัน 1.ตรวจสอบระบบไฟและที่ปัดน้ำฝนสำหรับทัศนวิสัยที่ดี  ในวันที่สภาพอากาศไม่เป็นใจ ไฟส่องสว่างที่ทำงานปกติช่วยให้คุณมองเห็นและคนอื่นเห็นคุณ 2.ตรวจสอบระบบเบรกอย่างต่อเนื่องเป็นประจำ หากมีเสียงผิดแปลกไปจากปกติ อย่ารีรอที่จะแก้ไข การมีเบรกที่ดีช่วยป้องกันอันตรายจากสิ่งเลวร้ายที่อาจจะเกิดขึ้นได้ 3.ตรวจสอบยางรถยนต์ ทั้งแรงดันลมยาง ดอกยาง หน้ายาง รวมถึงยางอะไหล่ ตรวจหาความผิดปกติที่อาจจะเกิดขึ้นกับยาง ไม่ว่าจะเป็นรอยตะปูที่ฝังอยู่ อาจจะไม่ทำให้ยางรั่วไปในทันที หรือรอยฉีกขาดที่อาจจะทำให้ยางระเบิดออกเมื่อไหร่ก็ได้ อย่าลืมว่ามีคนที่คุณรักเป็นผู้โดยสารอยู่ภายใน 4.ทุกคนอยู่ในที่ที่เหมาะสม สำหรับเด็กๆที่วัยไม่ถึง 10 ขวบ หรือสูงไม่ถึง 150 เซนติเมตร คาร์ซีทเป็นสิ่งจำเป็น เพราะเข็มขัดนิรภัยจะใช้งานได้ไม่เต็มประสิทธิภาพสำหรับผู้โดยสารตัวน้อยเหล่านี้ หาคาร์ซีทที่เหมาะสมให้กับเด็กๆที่คุณรักด้วย 5.กล้องส่องข้างและกล้องส่องหลังอาจเป็นสิ่งจำเป็นที่ต้องเพิ่มเข้ามา เพราะในที่ๆคุณไปมีเด็กตัวเล็กๆอยู่มากมาย การถอยหลังโดยอาศัยสัญญาณเสียงถอยหลังเพียงอย่างเดียวอาจจะไม่เพียงพอ เป็นหน้าที่ของผู้ใหญ่ที่อย่างเราๆที่จะป้องกันไม่ให้เกิดเหตุการณ์ไม่คาดฝันขึ้น การมีกล้องมองหลังจะช่วยป้องกันอุบัติเหตุจากด้านหลังที่เราไม่สามารถมองเห็นได้

ความสำคัญของคาร์ซีท

ความสำคัญของคาร์ซีท

“คาร์ซีท” นั้น สำคัญไฉน คาร์ซีท คือ ที่นั่งสำหรับเด็กในรถยนต์ เนื่องจากว่า ที่นั่งและเข็มขัดนิรภัยบนรถยนต์นั้นถูกออกแบบมาเพื่อป้องกันอันตรายจากอุบัติเหตุให้กับผู้โดยสารที่มีร่างกายขนาดที่ต้องเป็นผู้ใหญ่ในระดับหนึ่ง และในชีวิตประจำวันนั้น เด็กๆมีความจำเป็นที่จะต้องโดยสารทางรถยนต์ ไม่ว่าจะเพื่อไปโรงเรียน ไปหาหมอ หรือเดินทางเพื่อท่องเที่ยวไปพร้อมๆกันกับครอบครัว ยิ่งในหลายๆประเทศที่พัฒนาแล้วนั้นยังมีกฎหมายออกมาบังคับใช้ และมีบทลงโทษสำหรับผู้ที่ฝ่าฝืนอีกด้วย ดังนั้นการใช้คาร์ซีทเพื่อสร้างความปลอดภัยให้กับผู้โดยสารตัวน้อยที่คุณรักนั้นจึงเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่ง ความสำคัญของคาร์ซีท 1.เพิ่มความปลอดภัยในการโดยสารให้กับลูกๆของคุณ 2.ป้องกันอุบัติเหตุที่จะเกิดขึ้นกับคนขับจากการก่อกวนหรือเล่นซนของผู้โดยสารตัวน้อย 3.สร้างวินัยให้เด็กในการเดินทาง 4.ง่ายต่อการดูแล การเลือกใช้คาร์ซีท –สำหรับทารกแรกเกิดไปจนถึง 1หรือ2ขวบ แนะนำให้ใช้คาร์ซีทแบบหันหลังและสามารถใช้ได้ไปจนถึง 4 ขวบหรือจนกว่าขนาดตัวจะเกินกว่าที่นั่ง การนั่งหันหลังเช่นนี้สามารถลดโอกาสการหักของกระดูกต้นคอได้มากกว่าหากเกิดอุบัติเหตุจากการชนอย่างรุนแรง –สำหรับเด็กอายุ 2ขวบขึ้นไป สามารถใช้คาร์ซีทแบบหันมาข้างหน้าได้ โดยขนาดของที่นั่งจะต้องครอบคลุมทั้งตัวและศีรษะของเด็ก –เมื่อเด็กมีอายุถึง 10 ขวบ หรือมีน้ำหนักเกินกว่า 28 กิโลกรัม หรือสูงเกิน 150 เซนติเมตร โดยคร่าวๆ เด็กๆก็จะพร้อมสำหรับที่นั่งและเข็มขัดนิรภัยจากรถทั่วไปได้ ยังมีคนเชื่อว่าการอุ้มเด็กขณะเดินทางนั้นปลอดภัยกว่า แต่แท้ที่จริงแล้วมันเป็นวิธีที่อันตรายที่สุดหากมีอุบัติเหตุเกิดขึ้น และอย่าคิดว่ามันแพงจนไม่ยอมซื้อมาใช้ สิ่งที่จะทำให้คุณเสียใจมากกว่าเงินที่เสียไปกับที่นั่งหลักพันหลักหมื่น คืออนาคตของเด็กๆที่คุณรักนั่นแหล่ะ

การขับรถที่อุณหภูมิต่ำ

การขับรถที่อุณหภูมิต่ำ

ขับรถที่อุณหภูมิติดลบ เหตุการณ์นี้อาจจะไม่ได้เกิดในบ้านเรา แต่เชื่อว่าหลายๆคนมีโอกาสที่จะได้ขับรถยนต์ในต่างประเทศที่มีอากาศหนาวเย็น และเมื่ออุณหภูมิติดลบในฤดูหนาว รถยนต์ทุกคันควรจะได้รับการดูแลเป็นพิเศษ อุณหภูมิติดลบนั้นจะส่งผลกระทบให้กับรถยนต์ของคุณได้โดยแท้จริง เริ่มตั้งแต่สตาร์ทรถติดยาก เร่งเครื่องไม่ขึ้น และความเย็นจะทำให้แบตเตอรี่ลดลงอย่างรวดเร็ว ตรวจสอบรถของคุณให้พร้อมก่อนที่รถจะพังไปกับอากาศที่หนาวเหน็บ –สำรองเชื้อเพลิงไว้อย่างน้อยที่ครึ่งถังตลอดเวลา การมีเชื้อเพลิงไว้มากพอจะช่วยป้องกันการแข็งตัวของน้ำมันได้ –เติมลมยางให้มีแรงดันตามคู่มือไว้เสมอๆ อุณหภูมิที่ต่ำจะทำให้แรงดันลมยางลดลงได้อย่างรวดเร็ว –ตรวจหารอยรั่วในระบบไอเสีย การขับรถท่ามกลางพายุหิมะที่ปิดกระจกไว้ตลอดเวลา หากมีควันพิษรั่วไหลไปที่ห้องผู้โดยสารจะทำให้เกิดอันตรายต่อระบบหายใจของคุณ –วอร์มเครื่องรถให้มากกว่าปกติหน่อย เพื่อให้ระบบน้ำมันในเครื่องยนต์และเกียร์ทำงานได้ดีเป็นปกติ –อาจจะต้องมีการเปลี่ยนน้ำมันเครื่องเบอร์ที่มีความหนืดต่ำเพื่อรองรับกับอุณหภูมิที่ต่ำลงเพื่อป้องกันการทำงานของเครื่องยนต์ที่ผิดปกติ –คิดให้ดีก่อนจะใช้ของเหลวอย่างน้ำยาล้างกระจกรถและที่ปัดน้ำฝน หากมีที่ปัดน้ำฝนแบบพิเศษสำหรับหิมะให้เปลี่ยนก่อนจะออกเดินทางด้วยรถยนต์ ผู้ขับขี่ควรมีอุปกรณ์เบื้องต้นอย่างเช่นที่เจาะน้ำแข็งหรือที่กวาดหิมะ สายจัมป์แบตเตอรี่ ไฟฉาย ผ้าห่มหนาๆ น้ำดื่ม อาหารแห้ง และยาจำเป็นไว้ใช้ในกรณีที่สภาพอากาศเลวร้ายลงกว่าเดิม

ล้างรถกันเถอะ

ล้างรถกันเถอะ

“ล้างบ้างนะ!” คงถึงเวลาที่ต้องล้างรถสักที หากมีใครมาเขียนบนกระจกฝุ่นเกาะของคุณว่า “ล้างบ้างนะ” หรือ “ล้างหนูทีเถอะ” ถึงแม้ว่าบางครั้งอาจจะยังไม่ถึงจุดที่จะล้างของคุณ การทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกรถที่ดีจะช่วยป้องกันการสะสมของสารเคมีและสิ่งสกปรกที่เป็นอันตราย ลดโอกาสในการเกิดสนิมจากเกลือถนน และช่วยให้มั่นใจในทัศนวิสัยที่เหมาะสมสำหรับการขับขี่อย่างปลอดภัย เริ่มจากจัดการความยุ่งเหยิงภายในรถออกไปก่อน รวมถึงของใช้ไม่จำเป็นที่ชอบติดรถจนเพิ่มน้ำหนักให้เปลืองน้ำมัน ทำความสะอาดภายในอย่างทั่วถึง ดูดฝุ่น เช็ดหน้าและขอบ เมื่อออกด้านนอกให้ เริ่มจากส่วนยาง ล้อ บังโคลนและใต้บังโคลนก่อน ทำความสะอาดล้อด้วยฟองน้ำนุ่มและน้ำยาที่ไม่ใช่แค่สบู่หรือยาสระผม ล้างรถในที่ร่มและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อล้างรถโดยเฉพาะ และควรล้างเป็นส่วนๆไป โดยเริ่มจากหน้ารถ ข้างรถ ไล่ไปจนถึงด้านหลัง อย่าลืมเน้นที่บังโคลนและใต้กันชนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพราะเป็นจุดสะสมของสิ่งสกปรกมากที่สุด ล้างน้ำเป็นขั้นตอนสุดท้าย โดยให้น้ำไหลจากบนลงล่างตามผิวของรถเพื่อไม่ให้ทิ้งฟองใดๆไว้ หลีกเลี่ยงคราบน้ำด้วยการเช็ดให้แห้ง ถ้าจะให้ดีควรเป็นผ้าชามัวร์ แต่จะเป็นผ้าอื่นก็ได้ ขั้นตอนสุดท้ายคือการแวกซ์ตามคำแนะนำของคู่มือรถยนต์ โดยควรทำทุกๆหกเดือน และควรเป็นในวันที่มีแดด เพื่อประสิทธิภาพการแวกซ์ที่ดี ยังทำให้เสร็จไวอีกด้วย หากพบเศษสนิม หิน ยางมะตอย หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ให้จัดการก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าล้างถูไปพร้อมกับสิ่งเหล่านี้ รับรองว่าปัญหาจะไม่ใช่แค่รถเลอะแน่นอน

ปัญหาจากรอยร้าวบนกระจก

ปัญหาจากรอยร้าวบนกระจก

รอยร้าวบนกระจกเล็กๆที่ไม่เล็ก หากกระจกหน้ารถของคุณมีรอยร้าวเล็กๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะรอยร้าวหรือรอยแตกแค่เพียงเล็กน้อยยี้อาจจะนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าตามมา กระจกหน้ามีรอยร้าวอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยไม่ทันตั้งตัว บางครั้งก็เกิดตอนเวลาที่เราไม่ได้อยู่กับรถ ซึ่งถ้าพบเจอเมื่อใด ไม่จะสังเกตเห็นเอง หรือขณะล้างรถ ก็ควรได้รับการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน การปล่อยทิ้งไว้จะทำให้รอยขยายใหญ่ขึ้นจนต้องเปลี่ยนกระจกทั้งบาน นอกจากนี้คุณจะโดนใบสั่งในกรณีบดบังทัศนวิสัยเอาได้ เมื่อคุณเจ้าของรถสังเกตพบเห็นว่ามีรอยแตกร้าวที่กระจกหน้ารถของคุณ อย่ารีรอที่จะทำการซ่อมแซม เพราะรอยเล็กเหล่านี้จะขยายวงกว้างออกไปหากกระจกร้าวเช่นนี้ได้รับการกระแทกซ้ำอีกครั้งจากก้อนหิน ลูกกอล์ฟ หรือแม้แต่ลูกฟุตบอลที่เป็นยางเบาๆก็ตาม ความเสียหายที่เกิดเป็นวงกว้างมากขึ้นนี้ก็แปรผันตรงกับความปลอดภัยและนำมาซึ่งการเปลี่ยนกระจกนั่นเอง การซ่อมแซมรอยร้าวเล็กๆนี้จริงๆมันไม่ได้แพงอะไรมากมายเลย มันทำได้ง่ายและรวดเร็วมาก และบางที่ประกันก็เป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้คุณเองทั้งหมดอีกด้วย การปล่อยรอยร้าวทิ้งไว้บนกระจกก็เหมือนกับการไม่ชอบแปรงฟันแล้วก็เปล่อยทิ้งไว้ จนตามมาด้วยฟันผุและโรคเหงือกที่บานปลาย ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปอีกมากมาย ด้วยความใส่ใจง่ายๆเพียงเท่านี้ ก็หลีกเลี่ยงปัญหาที่ใหญ่กว่าและค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าได้แล้ว

ดูแลอุปกรณ์ต่างๆเพื่อความปลอดภัย

ดูแลอุปกรณ์ต่างๆเพื่อความปลอดภัย

สิ่งที่มองเห็นเชื่อถือได้ที่สุดเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรเลยสำหรับเรื่องที่ว่า ไฟส่องสว่างที่ดี, ที่ปัดน้ำฝนที่ดี และกระจกที่ใสสะอาดอยู่ตลอดจะทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นของคุณดีขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้กลับถูกมองข้ามและละเลยไป เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด การมองเห็นสิ่งต่างๆและถูกมองเห็นจากผู้ขับขี่คนอื่นจึงเป็นจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ผู้ขับขี่หลายคนมองข้ามขั้นตอนการบำรุงรักษาง่ายๆ ที่สามารถปรับปรุงการมองเห็นในการขับขี่ไป จากข้อมูลที่ได้ทดลองสุ่มตรวจจากคาร์แคร์แห่งหนึ่ง พบว่าหนึ่งในสามของที่ปัดน้ำฝนนั้นไม่พร้อมที่จะใช้งาน,ใช้งานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ และไม่มีน้ำหรือน้ำยาทำความสะอาดกระจก การดูแลกระจกให้สะอาดนั้นสามารถมุมมองที่แตกต่างได้เลยทีเดียว และนี่คือเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆเพื่อช่วยให้คุณมองเห็นและถูกมองเห็น สร้างความปลอดภัยให้กับตัวคุณและยานพาหนะอื่นรอบๆตัวคุณ –เปลี่ยนหลอดไฟที่มีอาการกระพริบ แสงเริ่มหรี่ และเสีย ให้ทำงานได้ปกติ –ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากระจกทุกบานสะอาดและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมพร้อมใช้งาน ทั้งกระจกรถและกระจกเงา –เติมน้ำยาล้างกระจกหรือน้ำสะอาดที่ใช้ในการล้างกระจกให้มีพอใช้ได้ปกติ –เปลี่ยนที่ปัดน้ำฝน ทั้งก้านและยาง หากตรวจพบว่าเก่าจนไม่สามารถใช้งานได้ โดยก้านกรอบ หรือยางที่แข็งจนเป็นรอยแตกร้าว คือสัญญาณของการเสื่อมสภาพ –เมื่อรู้สึกว่าแสงไม่เพียงพอ อย่าลังเลที่จะเปิดไฟ ถึงแม้ว่าคุณจะมองเห็น แต่รถคันอื่นๆอาจจะไม่เห็นคุณ –ในเวลากลางคืน อย่าขับเร็วเกินกว่าระยะที่ไฟส่องถึง รักษาความเร็วให้มีระยะที่มากพอจะหยุดรถได้เท่ากับระยะที่ตาเห็น ไม่เช่นนั้น คุณอาจจะชนเข้าอะไรสักอย่างทั้งที่ยังไม่ทันจะรู้ตัวเสียด้วยซ้ำไป

เช็คล้อเมื่อพลาดตกหลุม

เช็คล้อเมื่อพลาดตกหลุม

ฤดูแห่งหลุมบ่อมาแล้ว ! เมื่อย่างเข้าสู่หน้าฝนลมแรง เราจะเห็นหลุมบ่อกันมากขึ้นบนท้องถนน และการหลบหลีกจากหลุมเหล่านั้นเป็นความท้าทายและอันตรายอย่างยิ่ง หากคุณได้พลาดไปตกหลุมมาบ้างแล้ว เราแนะนำให้สังเกตอาการสามข้อเพื่อพิจารณาว่ารถยนต์ของคุณได้รับความเสียหายหรือไม่ –การสูญเสียการควบคุมหรือมีอาการไหวเมื่อทำการเลี้ยวอย่างปกติที่ทำมาตลอด การกระแทกตกลงหลุมหรือการวิ่งผ่านลูกระนาดหรือผิวถนนขรุขระอย่างรุนแรงอาจมีผลทำให้ระบบเลี้ยวและระบบโช้คเสียหายได้ พวงมาลัยและโช้คถือเป็นส่วนสำคัญ เพราะเป็นตัวกำหนดทิศทางของรถทั้งคัน –รถเอียงจากการจับพวงมาลัยตรง หรือเมื่อรู้สึกว่ายางล้อมันหมุนไม่สม่ำเสมอ เป็นอาการที่ศูนย์ การตั้งศูนย์ล้ออย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานของยางแล้ว ยังช่วยให้มั่นใจถึงความปลอดภัยในการควบคุมรถ ไปในทิศทางที่เหมาะสม –ลมยางอ่อน บวม หรือมีรอยถลอก สิ่งเหล่าสามารถมองเห็นได้เมื่อตรวจสอบ และควรแก้ไขทันที่ เพราะยางก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำหน้ายึดเกาะระหว่างรถกับถนน เมื่อรู้สึกว่าอาจจะมีความเสียหายเกิดขึ้นจากการตกหลุม ให้รีบปรึกษาช่างทันที อย่างน้อยเพื่อความมั่นใจที่ได้รับการตรวจสอบ หลุมบ่อเกิดขึ้นเมื่อน้ำซึมผ่านผิวทางเดินรถ โดยปกติจากทางรอยแตกของถนน ทำให้ดินด้านล่างนั้นอ่อนนุ่มลงจนเกิดการยุบตัวลงเมื่อได้รับน้ำหนักมากๆ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มีฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง ฤดูกาลแห่งหลุมบ่ออาจจะยาวนานกว่าที่คิดหากผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบไม่ได้มาดูแลแก้ไขได้เร็วเท่าที่ควร หมั่นตรวจสอบและแก้ไขรถยนต์ของคุณอย่างทันทีที่พลาดไปลงหลุมมา เพื่อความปลอดภัย และการซ่อมแซมเสียแต่เนิ่นๆเพื่อสุขภาพที่ดีของกระเป๋าตังค์ของคุณเอง

ข้อดีของการขับรถเที่ยว

ข้อดีของการขับรถเที่ยว

ถ้านั่งเครื่องมันแพง ก็ขับรถไปกันเถอะ ทุกวันนี้ถึงจะมีโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาถูก แต่บางครั้งก็ยังไม่รวมภาษีสนามบิน ไหนจะค่าน้ำหนักกระเป๋า เข้าแถวยาวเหยียดเพื่อรอเช็คอิน หรือบางครั้งสภาพอากาศไม่เป็นใจก็ไม่ได้บินกันดื้อๆ จนบางครั้งการใช้เวลารอในสนามบินอาจจะนานกว่าขับรถไปเองก็ได้ การต่อแถวและรอขึ้นเครื่องที่มีผู้โดยสารเต็มจำนวนเป็นเวลาหลายชั่วโมง หลังจากที่ต้องจ่ายค่าโดยสารและค่าน้ำหนักกระเป๋าที่เกินกำหนดมา กลายเป็นเรื่องชวนให้ปวดหัว ถ้าคุณไม่สบายกับสิ่งเหล่านี้ ลองขับรถไปดูไหมถ้าจุดหมายมันไม่ได้ไกลมากนัก เพราะค่าใช้จ่ายของครอบครัวสี่คนที่เดินทางด้วยรถยนต์ไปกลับ 1,000 ไมล์ ใช้ซื้อตั๋วเครื่องบินได้แค่ใบเดียวเท่านั้นเอง นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ตรงๆแล้ว การเดินทางโดยรถยนต์ยังมีข้อดีอีกหลายประการเมื่อเทียบกับการนั่งเครื่องบิน –ออกเมื่อไหร่ก็ได้ จากที่ไหนไปที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องนั่งดูตารางเที่ยวบินให้วุ่นวาย –เอาอะไรไปเท่าไหร่ก็ได้ ตราบเท่าที่รถของเรามีพื้นที่พอ –ไม่ต้องรอต่อแถวเช็คอินและผ่านระบบรักษาความปลอดภัยให้วุ่นวาย –ไม่มีเครื่องดีเลย์แน่นอน –ไมเสียค่าของกิน ค่าหูฟัง หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมบนเครื่องบิน –อยากกินอะไร มากเท่าไหร่ ก็เอาไปเท่านั้นได้เลย –ไม่เสียค่าจอดรถสนามบิน ค่าเช่ารถ หรือค่าแท็กซี่ –ยืดขาได้มากกว่าและนั่งสบายกว่า –อยากพักตอนไหนก็ได้ –ไม่ต้องพบเจอคนแปลกหน้าให้ต้องเสี่ยงกับอะไรแปลกๆ –หมาหรือแมวก็พาไปด้วยได้บนรถของเราเอง หากจุดหมายที่คุณจะไป มันไม่ได้ไกล และมีเวลามากพอ ลองขับรถไปดูสิ เวลาในการเดินทางที่อยู่กับคนรู้ใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือครอบครัวบนรถ มันมีคุณค่าอย่างแน่นอน

การประหยัดน้ำมัน

การประหยัดน้ำมัน

5 ขั้นตอนง่ายๆในการประหยัดน้ำมัน ในแต่ละวันราคาน้ำมันมีการเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา การเติมน้ำมันในวันที่ราคาลงก็จะช่วยให้คุณประหยัดไปได้หลายบาท แต่สิ่งที่ทำได้อย่างแน่นอนโดยไม่ต้องรอ คือการดูแลรถยนต์ซึ่งบางส่วนบางหน้าที่ของตัวรถจะสามารถทำให้คุณประหยัดเงินและน้ำมันไปได้เช่นกัน กับห้าขั้นตอนง่ายๆในการประหยัดพลังงาน 1.เช็คลมยาง การรักษาระดับลมยางให้อยู่ในระดับความดันที่เหมาะสม ทำให้รถไม่ต้องแบกน้ำหนักของรถที่มากจนเกินไป และช่วยให้ระยะทางต่อลิตรเพิ่มขึ้นได้ถึง 3.3 เปอร์เซ็นต์ 2.ใช้น้ำมันเครื่องที่ดี การใช้น้ำมันเครื่องที่ดีและเหมาะสมกับรถของคุณตามคำแนะนำของคู่มือจากโรงงานในรถแต่ละรุ่น ช่วยให้รถวิ่งได้ไกลขึ้น 1-2 เปอร์เซ็นต์ 3.กรองอากาศ ไม่ได้หมายความว่าจะต้องเปลี่ยนกรองอากาศบ่อยๆ แต่ต้องทำให้อยู่ในสภาพที่พร้อมใช้งานอย่างต่อเนื่อง หากมีฝุ่นมากเกินไป บางครั้งการทำความสะอาดก็เพียงพอและ นอกจากนี้ยังช่วยเพิ่มอัตราการเร่งของเครื่องยนต์ได้อีกด้วย 4.ตรวจสอบประสิทธิภาพเครื่องยนต์ เพียงแค่ดูแลให้เครื่องยนต์มีสภาพปกติพร้อมใช้งานได้อย่างสมบูรณ์แบบเต็มประสิทธิภาพ จะทำให้รถของคุณใช้น้ำมันได้อย่างคุ้มค่าในทุกหยดของของการเผาไหม้ 5.ซ่อม ในบางปัญหาที่อาจะส่งผลต่อการใช้เชื้อเพลิง อย่างเช่น ออกซิเจนเซ็นเซอร์ในท่อไอเสีย ที่ทำหน้าวัดอัตราการเผาไหม้เชื้อเพลิงในเครื่องยนต์ ชิ้นส่วนนี้หากมีความผิดปกติ จะทำให้รถกินน้ำมันไปมากผิดปกติได้ถึง -40 เปอร์เซ็นต์เลยทีเดียว เหมือนเช่นเคย การดูแลรักษารถให้อยู่ในสภาพดี คือการประหยัดค่าใช้จ่ายที่จะเกิดกับรถยนต์ได้ดีที่สุด นอกจากจะช่วยให้ประหยัดน้ำมันแล้ว ยังช่วยให้เราได้แก้ไข้ปัญหาเล็กๆได้ก่อนที่จะเกิดการซ่อมแซมที่จะมีค่าใช้จ่ายสูงกว่าตามมา

การตัดสินใจใช้รถ

การตัดสินใจใช้รถ

อยู่กับรถคันเก่าให้ไหว หรือ ซื้อคันใหม่อย่างไร้สติ “จะออกรถใหม่” อาจจะดูน่าตื่นเต้นและฟังดูดี แต่จริงๆแล้วการดูแลรักษารถยนต์คันปัจจุบันของคุณตามระยะเวลาที่เหมาะสมมันจะดูคุ้มค่ากับราคาที่เอาไปออกรถใหม่หรือเปล่า เริ่มตั้งแต่เงินดาวน์ต่อไปที่ค่างวดรายเดือน และดอกเบี้ยประกันที่สูงขึ้น  ค่าใช้จ่ายในการซื้อรถคันหนึ่งในปัจจุบันนั้นค่อนข้างสูง ลองคำนวณง่ายๆจากงบประมาณที่คุณตั้งไว้ว่าจะซื้อรถคันใหม่ กับค่าใช้จ่ายทั้งปีที่ต้องใช้ในการเมนเทนแนนซ์รถที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแล้ว ยังจะมีเงินเหลือให้ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด จ่ายบัตรเครดิต ค่าเทอมลูก และจ่ายบิลต่างๆได้อย่างเหลือเฟือ เพื่อให้เกิดการออมที่มีประสิทธิภาพนี้ รถยนต์ของคุณควรได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ บางสิ่งบางอย่างสามารถทำด้วยตัวเองได้ก็ไม่ควรปล่อยปะละเลยไป ห้ามพลาดการเข้าศูนย์ตามระยะทางหรือเวลาในระหว่างที่อยู่ในการดูแลจากประกันหรือคูปองฟรี หากพบความผิดปกติเล็กๆให้รีบแก้ไข อย่าปล่อยไปจนพังและต้องซ่อมด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อนและแพงกว่าเดิม คู่มือการดูแลรักษารถควรมีติดรถไว้เพื่อช่วยในการดูแลรถยนต์ของคุณให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1970 รถยนต์หนึ่งคันอยู่ที่ราคาประมาณ 120,000 บาท ซึ่งก็คงเอามาเทียบกันไม่ได้กับปัจจุบันที่รถคันหนึ่งต้องซื้อในราคา 800,000 บาท และอายุเฉลี่ยของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอยู่ 11 ปีครึ่ง หากรถยนต์ของคุณได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตามระยะเวลาที่ควรจะเป็น รถยนต์คันหนึ่งที่อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพจะทำหน้าที่ได้อย่างน้อยถึง 300,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว