ล้างรถกันเถอะ

ล้างรถกันเถอะ

“ล้างบ้างนะ!” คงถึงเวลาที่ต้องล้างรถสักที หากมีใครมาเขียนบนกระจกฝุ่นเกาะของคุณว่า “ล้างบ้างนะ” หรือ “ล้างหนูทีเถอะ” ถึงแม้ว่าบางครั้งอาจจะยังไม่ถึงจุดที่จะล้างของคุณ การทำความสะอาดทั้งภายในและภายนอกรถที่ดีจะช่วยป้องกันการสะสมของสารเคมีและสิ่งสกปรกที่เป็นอันตราย ลดโอกาสในการเกิดสนิมจากเกลือถนน และช่วยให้มั่นใจในทัศนวิสัยที่เหมาะสมสำหรับการขับขี่อย่างปลอดภัย เริ่มจากจัดการความยุ่งเหยิงภายในรถออกไปก่อน รวมถึงของใช้ไม่จำเป็นที่ชอบติดรถจนเพิ่มน้ำหนักให้เปลืองน้ำมัน ทำความสะอาดภายในอย่างทั่วถึง ดูดฝุ่น เช็ดหน้าและขอบ เมื่อออกด้านนอกให้ เริ่มจากส่วนยาง ล้อ บังโคลนและใต้บังโคลนก่อน ทำความสะอาดล้อด้วยฟองน้ำนุ่มและน้ำยาที่ไม่ใช่แค่สบู่หรือยาสระผม ล้างรถในที่ร่มและใช้ผลิตภัณฑ์ที่ออกแบบมาเพื่อล้างรถโดยเฉพาะ และควรล้างเป็นส่วนๆไป โดยเริ่มจากหน้ารถ ข้างรถ ไล่ไปจนถึงด้านหลัง อย่าลืมเน้นที่บังโคลนและใต้กันชนทั้งด้านหน้าและด้านหลัง เพราะเป็นจุดสะสมของสิ่งสกปรกมากที่สุด ล้างน้ำเป็นขั้นตอนสุดท้าย โดยให้น้ำไหลจากบนลงล่างตามผิวของรถเพื่อไม่ให้ทิ้งฟองใดๆไว้ หลีกเลี่ยงคราบน้ำด้วยการเช็ดให้แห้ง ถ้าจะให้ดีควรเป็นผ้าชามัวร์ แต่จะเป็นผ้าอื่นก็ได้ ขั้นตอนสุดท้ายคือการแวกซ์ตามคำแนะนำของคู่มือรถยนต์ โดยควรทำทุกๆหกเดือน และควรเป็นในวันที่มีแดด เพื่อประสิทธิภาพการแวกซ์ที่ดี ยังทำให้เสร็จไวอีกด้วย หากพบเศษสนิม หิน ยางมะตอย หรือสิ่งแปลกปลอมอื่นๆ ให้จัดการก่อนเป็นอันดับแรก ถ้าล้างถูไปพร้อมกับสิ่งเหล่านี้ รับรองว่าปัญหาจะไม่ใช่แค่รถเลอะแน่นอน

ปัญหาจากรอยร้าวบนกระจก

ปัญหาจากรอยร้าวบนกระจก

รอยร้าวบนกระจกเล็กๆที่ไม่เล็ก หากกระจกหน้ารถของคุณมีรอยร้าวเล็กๆ อย่าปล่อยทิ้งไว้ เพราะรอยร้าวหรือรอยแตกแค่เพียงเล็กน้อยยี้อาจจะนำไปสู่ปัญหาที่ใหญ่กว่าตามมา กระจกหน้ามีรอยร้าวอาจเกิดขึ้นได้ตลอดเวลาโดยไม่ทันตั้งตัว บางครั้งก็เกิดตอนเวลาที่เราไม่ได้อยู่กับรถ ซึ่งถ้าพบเจอเมื่อใด ไม่จะสังเกตเห็นเอง หรือขณะล้างรถ ก็ควรได้รับการซ่อมแซมอย่างเร่งด่วน การปล่อยทิ้งไว้จะทำให้รอยขยายใหญ่ขึ้นจนต้องเปลี่ยนกระจกทั้งบาน นอกจากนี้คุณจะโดนใบสั่งในกรณีบดบังทัศนวิสัยเอาได้ เมื่อคุณเจ้าของรถสังเกตพบเห็นว่ามีรอยแตกร้าวที่กระจกหน้ารถของคุณ อย่ารีรอที่จะทำการซ่อมแซม เพราะรอยเล็กเหล่านี้จะขยายวงกว้างออกไปหากกระจกร้าวเช่นนี้ได้รับการกระแทกซ้ำอีกครั้งจากก้อนหิน ลูกกอล์ฟ หรือแม้แต่ลูกฟุตบอลที่เป็นยางเบาๆก็ตาม ความเสียหายที่เกิดเป็นวงกว้างมากขึ้นนี้ก็แปรผันตรงกับความปลอดภัยและนำมาซึ่งการเปลี่ยนกระจกนั่นเอง การซ่อมแซมรอยร้าวเล็กๆนี้จริงๆมันไม่ได้แพงอะไรมากมายเลย มันทำได้ง่ายและรวดเร็วมาก และบางที่ประกันก็เป็นคนออกค่าใช้จ่ายให้คุณเองทั้งหมดอีกด้วย การปล่อยรอยร้าวทิ้งไว้บนกระจกก็เหมือนกับการไม่ชอบแปรงฟันแล้วก็เปล่อยทิ้งไว้ จนตามมาด้วยฟันผุและโรคเหงือกที่บานปลาย ต้องเสียค่าใช้จ่ายไปอีกมากมาย ด้วยความใส่ใจง่ายๆเพียงเท่านี้ ก็หลีกเลี่ยงปัญหาที่ใหญ่กว่าและค่าใช้จ่ายที่สูงกว่าได้แล้ว

เช็คล้อเมื่อพลาดตกหลุม

เช็คล้อเมื่อพลาดตกหลุม

ฤดูแห่งหลุมบ่อมาแล้ว ! เมื่อย่างเข้าสู่หน้าฝนลมแรง เราจะเห็นหลุมบ่อกันมากขึ้นบนท้องถนน และการหลบหลีกจากหลุมเหล่านั้นเป็นความท้าทายและอันตรายอย่างยิ่ง หากคุณได้พลาดไปตกหลุมมาบ้างแล้ว เราแนะนำให้สังเกตอาการสามข้อเพื่อพิจารณาว่ารถยนต์ของคุณได้รับความเสียหายหรือไม่ –การสูญเสียการควบคุมหรือมีอาการไหวเมื่อทำการเลี้ยวอย่างปกติที่ทำมาตลอด การกระแทกตกลงหลุมหรือการวิ่งผ่านลูกระนาดหรือผิวถนนขรุขระอย่างรุนแรงอาจมีผลทำให้ระบบเลี้ยวและระบบโช้คเสียหายได้ พวงมาลัยและโช้คถือเป็นส่วนสำคัญ เพราะเป็นตัวกำหนดทิศทางของรถทั้งคัน –รถเอียงจากการจับพวงมาลัยตรง หรือเมื่อรู้สึกว่ายางล้อมันหมุนไม่สม่ำเสมอ เป็นอาการที่ศูนย์ การตั้งศูนย์ล้ออย่างเหมาะสมเป็นสิ่งสำคัญ นอกจากจะช่วยยืดอายุการใช้งานของยางแล้ว ยังช่วยให้มั่นใจถึงความปลอดภัยในการควบคุมรถ ไปในทิศทางที่เหมาะสม –ลมยางอ่อน บวม หรือมีรอยถลอก สิ่งเหล่าสามารถมองเห็นได้เมื่อตรวจสอบ และควรแก้ไขทันที่ เพราะยางก็เป็นส่วนสำคัญที่ทำหน้ายึดเกาะระหว่างรถกับถนน เมื่อรู้สึกว่าอาจจะมีความเสียหายเกิดขึ้นจากการตกหลุม ให้รีบปรึกษาช่างทันที อย่างน้อยเพื่อความมั่นใจที่ได้รับการตรวจสอบ หลุมบ่อเกิดขึ้นเมื่อน้ำซึมผ่านผิวทางเดินรถ โดยปกติจากทางรอยแตกของถนน ทำให้ดินด้านล่างนั้นอ่อนนุ่มลงจนเกิดการยุบตัวลงเมื่อได้รับน้ำหนักมากๆ โดยเฉพาะช่วงนี้ที่มีฝนตกหนักและน้ำท่วมขัง ฤดูกาลแห่งหลุมบ่ออาจจะยาวนานกว่าที่คิดหากผู้ที่มีส่วนรับผิดชอบไม่ได้มาดูแลแก้ไขได้เร็วเท่าที่ควร หมั่นตรวจสอบและแก้ไขรถยนต์ของคุณอย่างทันทีที่พลาดไปลงหลุมมา เพื่อความปลอดภัย และการซ่อมแซมเสียแต่เนิ่นๆเพื่อสุขภาพที่ดีของกระเป๋าตังค์ของคุณเอง

ข้อดีของการขับรถเที่ยว

ข้อดีของการขับรถเที่ยว

ถ้านั่งเครื่องมันแพง ก็ขับรถไปกันเถอะ ทุกวันนี้ถึงจะมีโปรโมชั่นตั๋วเครื่องบินราคาถูก แต่บางครั้งก็ยังไม่รวมภาษีสนามบิน ไหนจะค่าน้ำหนักกระเป๋า เข้าแถวยาวเหยียดเพื่อรอเช็คอิน หรือบางครั้งสภาพอากาศไม่เป็นใจก็ไม่ได้บินกันดื้อๆ จนบางครั้งการใช้เวลารอในสนามบินอาจจะนานกว่าขับรถไปเองก็ได้ การต่อแถวและรอขึ้นเครื่องที่มีผู้โดยสารเต็มจำนวนเป็นเวลาหลายชั่วโมง หลังจากที่ต้องจ่ายค่าโดยสารและค่าน้ำหนักกระเป๋าที่เกินกำหนดมา กลายเป็นเรื่องชวนให้ปวดหัว ถ้าคุณไม่สบายกับสิ่งเหล่านี้ ลองขับรถไปดูไหมถ้าจุดหมายมันไม่ได้ไกลมากนัก เพราะค่าใช้จ่ายของครอบครัวสี่คนที่เดินทางด้วยรถยนต์ไปกลับ 1,000 ไมล์ ใช้ซื้อตั๋วเครื่องบินได้แค่ใบเดียวเท่านั้นเอง นอกจากจะประหยัดค่าใช้จ่ายได้ตรงๆแล้ว การเดินทางโดยรถยนต์ยังมีข้อดีอีกหลายประการเมื่อเทียบกับการนั่งเครื่องบิน –ออกเมื่อไหร่ก็ได้ จากที่ไหนไปที่ไหนก็ได้ ไม่ต้องนั่งดูตารางเที่ยวบินให้วุ่นวาย –เอาอะไรไปเท่าไหร่ก็ได้ ตราบเท่าที่รถของเรามีพื้นที่พอ –ไม่ต้องรอต่อแถวเช็คอินและผ่านระบบรักษาความปลอดภัยให้วุ่นวาย –ไม่มีเครื่องดีเลย์แน่นอน –ไมเสียค่าของกิน ค่าหูฟัง หรือค่าใช้จ่ายเพิ่มเติมบนเครื่องบิน –อยากกินอะไร มากเท่าไหร่ ก็เอาไปเท่านั้นได้เลย –ไม่เสียค่าจอดรถสนามบิน ค่าเช่ารถ หรือค่าแท็กซี่ –ยืดขาได้มากกว่าและนั่งสบายกว่า –อยากพักตอนไหนก็ได้ –ไม่ต้องพบเจอคนแปลกหน้าให้ต้องเสี่ยงกับอะไรแปลกๆ –หมาหรือแมวก็พาไปด้วยได้บนรถของเราเอง หากจุดหมายที่คุณจะไป มันไม่ได้ไกล และมีเวลามากพอ ลองขับรถไปดูสิ เวลาในการเดินทางที่อยู่กับคนรู้ใจ ไม่ว่าจะเป็นเพื่อนหรือครอบครัวบนรถ มันมีคุณค่าอย่างแน่นอน

การตัดสินใจใช้รถ

การตัดสินใจใช้รถ

อยู่กับรถคันเก่าให้ไหว หรือ ซื้อคันใหม่อย่างไร้สติ “จะออกรถใหม่” อาจจะดูน่าตื่นเต้นและฟังดูดี แต่จริงๆแล้วการดูแลรักษารถยนต์คันปัจจุบันของคุณตามระยะเวลาที่เหมาะสมมันจะดูคุ้มค่ากับราคาที่เอาไปออกรถใหม่หรือเปล่า เริ่มตั้งแต่เงินดาวน์ต่อไปที่ค่างวดรายเดือน และดอกเบี้ยประกันที่สูงขึ้น  ค่าใช้จ่ายในการซื้อรถคันหนึ่งในปัจจุบันนั้นค่อนข้างสูง ลองคำนวณง่ายๆจากงบประมาณที่คุณตั้งไว้ว่าจะซื้อรถคันใหม่ กับค่าใช้จ่ายทั้งปีที่ต้องใช้ในการเมนเทนแนนซ์รถที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแล้ว ยังจะมีเงินเหลือให้ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด จ่ายบัตรเครดิต ค่าเทอมลูก และจ่ายบิลต่างๆได้อย่างเหลือเฟือ เพื่อให้เกิดการออมที่มีประสิทธิภาพนี้ รถยนต์ของคุณควรได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ บางสิ่งบางอย่างสามารถทำด้วยตัวเองได้ก็ไม่ควรปล่อยปะละเลยไป ห้ามพลาดการเข้าศูนย์ตามระยะทางหรือเวลาในระหว่างที่อยู่ในการดูแลจากประกันหรือคูปองฟรี หากพบความผิดปกติเล็กๆให้รีบแก้ไข อย่าปล่อยไปจนพังและต้องซ่อมด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อนและแพงกว่าเดิม คู่มือการดูแลรักษารถควรมีติดรถไว้เพื่อช่วยในการดูแลรถยนต์ของคุณให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1970 รถยนต์หนึ่งคันอยู่ที่ราคาประมาณ 120,000 บาท ซึ่งก็คงเอามาเทียบกันไม่ได้กับปัจจุบันที่รถคันหนึ่งต้องซื้อในราคา 800,000 บาท และอายุเฉลี่ยของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอยู่ 11 ปีครึ่ง หากรถยนต์ของคุณได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตามระยะเวลาที่ควรจะเป็น รถยนต์คันหนึ่งที่อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพจะทำหน้าที่ได้อย่างน้อยถึง 300,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว

การดูแลเบรก

การดูแลเบรก

“เบรก” อยากจะบอกอะไรคุณหรือเปล่า หากเบรกของคุณพยายามบอกอะไรคุณ คุณควรให้ความสนใจ เพราะระบบเบรกที่ทำงานอย่างถูกต้องเหมาะสมช่วยเพิ่มความมั่นใจในการควบคุมยานพาหนะและการใช้งานที่ปลอดภัย และควรตรวจสอบทันทีหากคุณสงสัยว่ามีปัญหาใดๆ การเช็คระบบเบรกปีละครั้งเป็นวิธีที่ดีในการรับรองความปลอดภัยของรถและตัวคุณเอง การรู้สัญญาณเตือนสำคัญว่าเบรกของคุณอาจต้องการการบำรุงรักษาจะช่วยให้คุณและคนอื่นๆปลอดภัยบนท้องถนน โดยให้มองหาสัญญาณเตือนต่อไปนี้ที่ต้องทำการตรวจสอบเบรก: เสียงรบกวน: ร้องเสียงเอี้ยดอ้าด, บดหรือคลิกเสียงเมื่อใช้เบรก เอียง: รถของคุณเอียงไปทางด้านใดด้านหนึ่งเมื่อทำการกดเบรก แป้นเบรกลึก: เหยียบแป้นเบรกเกือบจะสัมผัสพื้นก่อนเบรกจะทำงาน แป้นเบรกแข็ง: ต้องใช้แรงอย่างมากในการเหยียบแป้นเบรกกว่าเบรกจะทำงาน การยึดเบรก: เหยียบเบรกไปแล้ว แต่รู้สึกว่าเบรกจับจานเบรกได้น้อย สั่นสะเทือน: แป้นเบรกสั่นหรือแกว่ง ถึงแม้จะเป็นการเบรกธรรมดาเพื่อหยุดปกติก็ตาม ไฟเตือน: ไฟเตือนเบรกขึ้นบนหน้าปัดรถ เนื่องจากเบรกเป็นอุปกรณ์ปกติที่มีติดตั้งไว้ในรถทุกคัน และเป็นสิ่งที่มีการสึกหรือที่จะต้องเปลี่ยนใหม่อยู่ตลอดเวลา ปัจจัยที่มีผลต่อการสึกหรอและอายุใช้งานของผ้าเบรกคือ นิสัยการขับขี่ สภาพการใช้งาน ประเภทของยานพาหนะ และคุณภาพของวัสดุเบรก อย่าลืมเปลี่ยนผ้าเบรก หากปล่อยไปจนเบรกแล้ว “เหล็กเจอเหล็ก” อาจจะต้องเสียเงินที่มากกว่าการเปลี่ยนแค่ผ้าเบรกก็ได้

6 สิ่งที่มีผลต่อรถคุณ

6 สิ่งที่มีผลต่อรถคุณ

หกสิ่งที่จะทำให้รถของคุณ “ตาย” ได้ การมีรถยนต์เป็นของตัวเองสักคันอาจจะเป็น “ฝันดี” หรือกลายเป็น “ฝันร้าย” ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณได้ดูแลรถยนต์ของคุณดีพอแค่ไหน ต่อไปนี้ เป็นหกสิ่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์หลายคนทำ ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อรถยนต์ และกระเป๋าเงินของคุณด้วย ไม่สนใจไฟเตือนตรวจสอบเครื่องยนต์ การเพิกเฉยต่อแสงไฟเตือนตรวจสอบเครื่องยนต์อาจส่งผลให้เกิดปัญหากับเครื่องยนต์อย่างร้ายแรงและการซ่อมแซมราคาแพง ไม่เปลี่ยนของเหลวและกรองอากาศ ของเหลวเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการและป้องกันการสึกหรอของเครื่องยนต์และส่วนประกอบสำคัญต่างๆ การตรวจสอบระดับของเหลวและไส้กรองอากาศอย่างสม่ำเสมอช่วยให้มั่นใจได้ว่ารถของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถยืดอายุการใช้งานรถยนต์ได้ ไม่สนใจยางรถ โดยไม่สนใจว่ามันจะแบน หรือหน้ายางจะบางไปแค่ไหนแล้ว ยางที่แช่อยู่ในน้ำบ่อยๆจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หากไม่ดูแลหรือเปลี่ยน จะส่งถึงปริมาณเชื้อเพลิง, ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยที่แย่ลงไปอีก ไม่ตรวจสภาพตามระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะหลายๆชิ้นส่วนของรถยนต์มีการสึกหรออยู่ตลอดเวลา จึงมีความจำเป็นที่ต้องได้รับการตรวจสอบอยู่อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติและมีประสิทธิภาพสูงสุด ยังสามารถหลีกเลี่ยงกับปัญหาใหญ่ที่จะตามมาด้วยการซ่อมแซมที่มีราคาแพงได้อีกด้วย ปล่อยให้รถเลอะ การไม่ล้างรถเป็นเวลานานเกินไปจะนำไปสู่การสะสมของฝุ่นและสารเคมี อันจะก่อให้เกิดอันตรายกับสีรถและตามมาด้วยสนิมบริเวณส่วนที่เป็นโลหะทั้งหมด ใช้รถอย่างทารุณ ไม่ว่าจะเป็นสภาพจราจรที่แออัด สภาพอากาศที่เลวร้าย สภาพถนนที่ย่ำแย่ หรือการบรรทุกของหนักๆ อย่างไรก็ตาม การหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ของคุณได้ เพราะการดูแลรถยนต์มักไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของรถยนต์ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก จนกว่าจะรู้ก็ต้องเจอกับค่าซ่อมค่าอะไหล่ราคาแพงเข้าไปแล้ว การบำรุงรักษาธรรมดาๆ แต่สม่ำเสมอจะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้อีกมาก ลดอาการปวดหัวและป้องกันการใช้จ่ายอย่างไม่จำเป็นกับรถของคุณได้