ดูแลอุปกรณ์ต่างๆเพื่อความปลอดภัย

ดูแลอุปกรณ์ต่างๆเพื่อความปลอดภัย

สิ่งที่มองเห็นเชื่อถือได้ที่สุดเพื่อการขับขี่อย่างปลอดภัย ไม่ใช่เรื่องแปลกใหม่อะไรเลยสำหรับเรื่องที่ว่า ไฟส่องสว่างที่ดี, ที่ปัดน้ำฝนที่ดี และกระจกที่ใสสะอาดอยู่ตลอดจะทำให้วิสัยทัศน์ในการมองเห็นของคุณดีขึ้น แต่สิ่งเหล่านี้กลับถูกมองข้ามและละเลยไป เพื่อให้แน่ใจว่าจะไม่เกิดอุบัติเหตุที่ไม่คาดคิด การมองเห็นสิ่งต่างๆและถูกมองเห็นจากผู้ขับขี่คนอื่นจึงเป็นจำเป็นอย่างยิ่ง แต่ผู้ขับขี่หลายคนมองข้ามขั้นตอนการบำรุงรักษาง่ายๆ ที่สามารถปรับปรุงการมองเห็นในการขับขี่ไป จากข้อมูลที่ได้ทดลองสุ่มตรวจจากคาร์แคร์แห่งหนึ่ง พบว่าหนึ่งในสามของที่ปัดน้ำฝนนั้นไม่พร้อมที่จะใช้งาน,ใช้งานได้อย่างไม่เต็มประสิทธิภาพ และไม่มีน้ำหรือน้ำยาทำความสะอาดกระจก การดูแลกระจกให้สะอาดนั้นสามารถมุมมองที่แตกต่างได้เลยทีเดียว และนี่คือเคล็ดลับเล็กๆน้อยๆเพื่อช่วยให้คุณมองเห็นและถูกมองเห็น สร้างความปลอดภัยให้กับตัวคุณและยานพาหนะอื่นรอบๆตัวคุณ –เปลี่ยนหลอดไฟที่มีอาการกระพริบ แสงเริ่มหรี่ และเสีย ให้ทำงานได้ปกติ –ตรวจสอบให้แน่ใจว่ากระจกทุกบานสะอาดและอยู่ในตำแหน่งที่เหมาะสมพร้อมใช้งาน ทั้งกระจกรถและกระจกเงา –เติมน้ำยาล้างกระจกหรือน้ำสะอาดที่ใช้ในการล้างกระจกให้มีพอใช้ได้ปกติ –เปลี่ยนที่ปัดน้ำฝน ทั้งก้านและยาง หากตรวจพบว่าเก่าจนไม่สามารถใช้งานได้ โดยก้านกรอบ หรือยางที่แข็งจนเป็นรอยแตกร้าว คือสัญญาณของการเสื่อมสภาพ –เมื่อรู้สึกว่าแสงไม่เพียงพอ อย่าลังเลที่จะเปิดไฟ ถึงแม้ว่าคุณจะมองเห็น แต่รถคันอื่นๆอาจจะไม่เห็นคุณ –ในเวลากลางคืน อย่าขับเร็วเกินกว่าระยะที่ไฟส่องถึง รักษาความเร็วให้มีระยะที่มากพอจะหยุดรถได้เท่ากับระยะที่ตาเห็น ไม่เช่นนั้น คุณอาจจะชนเข้าอะไรสักอย่างทั้งที่ยังไม่ทันจะรู้ตัวเสียด้วยซ้ำไป

การตัดสินใจใช้รถ

การตัดสินใจใช้รถ

อยู่กับรถคันเก่าให้ไหว หรือ ซื้อคันใหม่อย่างไร้สติ “จะออกรถใหม่” อาจจะดูน่าตื่นเต้นและฟังดูดี แต่จริงๆแล้วการดูแลรักษารถยนต์คันปัจจุบันของคุณตามระยะเวลาที่เหมาะสมมันจะดูคุ้มค่ากับราคาที่เอาไปออกรถใหม่หรือเปล่า เริ่มตั้งแต่เงินดาวน์ต่อไปที่ค่างวดรายเดือน และดอกเบี้ยประกันที่สูงขึ้น  ค่าใช้จ่ายในการซื้อรถคันหนึ่งในปัจจุบันนั้นค่อนข้างสูง ลองคำนวณง่ายๆจากงบประมาณที่คุณตั้งไว้ว่าจะซื้อรถคันใหม่ กับค่าใช้จ่ายทั้งปีที่ต้องใช้ในการเมนเทนแนนซ์รถที่ใช้อยู่ในปัจจุบันแล้ว ยังจะมีเงินเหลือให้ได้ไปเที่ยวต่างจังหวัด จ่ายบัตรเครดิต ค่าเทอมลูก และจ่ายบิลต่างๆได้อย่างเหลือเฟือ เพื่อให้เกิดการออมที่มีประสิทธิภาพนี้ รถยนต์ของคุณควรได้รับการดูแลอย่างสม่ำเสมอ บางสิ่งบางอย่างสามารถทำด้วยตัวเองได้ก็ไม่ควรปล่อยปะละเลยไป ห้ามพลาดการเข้าศูนย์ตามระยะทางหรือเวลาในระหว่างที่อยู่ในการดูแลจากประกันหรือคูปองฟรี หากพบความผิดปกติเล็กๆให้รีบแก้ไข อย่าปล่อยไปจนพังและต้องซ่อมด้วยขั้นตอนที่ซับซ้อนและแพงกว่าเดิม คู่มือการดูแลรักษารถควรมีติดรถไว้เพื่อช่วยในการดูแลรถยนต์ของคุณให้ได้อย่างมีประสิทธิภาพ ในช่วงต้นศตวรรษที่ 1970 รถยนต์หนึ่งคันอยู่ที่ราคาประมาณ 120,000 บาท ซึ่งก็คงเอามาเทียบกันไม่ได้กับปัจจุบันที่รถคันหนึ่งต้องซื้อในราคา 800,000 บาท และอายุเฉลี่ยของรถยนต์นั่งส่วนบุคคลอยู่ 11 ปีครึ่ง หากรถยนต์ของคุณได้รับการดูแลอย่างเหมาะสมตามระยะเวลาที่ควรจะเป็น รถยนต์คันหนึ่งที่อยู่ในเกณฑ์ปลอดภัย เชื่อถือได้ และมีประสิทธิภาพจะทำหน้าที่ได้อย่างน้อยถึง 300,000 กิโลเมตรเลยทีเดียว

การขับขี่ที่ทำลายรถคุณ

การขับขี่ที่ทำลายรถคุณ

คุณเป็นผู้ขับขี่จอมทารุณหรือเปล่า? สิ่งต่างๆบนโลกเปลี่ยนไป รวมไปถึงวิธีการใช้รถยนต์ของเราด้วย ทั้งพฤติกรรมของตัวเราเองและสภาพต่างๆบนท้องถนน ถึงแม้ว่าการขับขี่ปกติหมายถึงการขับธรรมดาในสภาพอากาศและสภาพแวดล้อมที่ไม่รุนแรง ผุ้ขับขี่ในปัจจุบันก็ถือว่ามีจำนวนมากที่กลายเป็นผู้ขับขี่จอมทารุณไปแล้ว โดยพฤติกรรมของผู้ขับขี่จอมทารุณหมายถึง –การขับๆหยุดๆท่ามกลางการจราจรแออัด –การเดินทางเป็นระยะทางสั้นๆ –การบรรทุกหนัก ทั้งสินค้า, ผู้โดยสารและการลากจูง –การเดินทางท่ามกลางอากาศร้อนจัดและเย็นจัด ด้วยคำจำกัดความที่กล่าวมาแล้วนั้น ล้วนแล้วแต่ถือว่าเป็นการ “ทารุณ”  ทั้งสิ้น อย่างไรก็ตาม ยังมีวิธีง่ายๆที่จะช่วยจำกัดและบรรเทาอาการสึกหรอต่างๆ รวมไปถึงการบริหารจัดการเชื้อเพลิงให้มีประสิทธิภาพสูงสุดได้ โดยการบำรุงรักษาและซ่อมแซมรถยนต์ของคุณอย่างเหมาะสม เพื่อให้เครื่องยนต์และส่วนประกอบต่างๆทำงานได้อย่างเหมาะสมไว้ใจได้ มีความปลอดภัย และใช้งานได้หลายๆปี ไม่ว่าจะขับขี่ในสภาพไหนก็ตาม ผู้ขับขี่สามารถใส่ใจที่จะดูแลรถเพื่อลดผลกระทบต่างๆได้ดังนี้ –ตรวจสอบของเหลว รวมถึงน้ำมันและกรองอากาศให้บ่อยขึ้น –ส่วนประกอบบางชนิดต้องได้รับการดูแลเป็นพิเศษ เช่น เบรคและโช้ค –พยายามจำกัดความเร็ว การใช้ความเร็วสูงทำให้ใช้ปริมาณเชื้อเพลิงสูงขึ้น รวมไปถึงการทำงานของเครื่องยนต์ที่หนักกว่าเดิม –หลีกเลี่ยงการออกตัวและหยุดรถอย่างรวดเร็วและรุนแรง –ลดการบรรทุกสัมภาระที่ไม่จำเป็น –ปรับแต่งให้รถอยู่ในสภาพที่ดีที่สุดอยู่เสมอ

6 สิ่งที่มีผลต่อรถคุณ

6 สิ่งที่มีผลต่อรถคุณ

หกสิ่งที่จะทำให้รถของคุณ “ตาย” ได้ การมีรถยนต์เป็นของตัวเองสักคันอาจจะเป็น “ฝันดี” หรือกลายเป็น “ฝันร้าย” ก็ได้ ขึ้นอยู่กับว่าคุณได้ดูแลรถยนต์ของคุณดีพอแค่ไหน ต่อไปนี้ เป็นหกสิ่งที่ผู้ขับขี่รถยนต์หลายคนทำ ซึ่งจะทำให้เกิดอันตรายต่อรถยนต์ และกระเป๋าเงินของคุณด้วย ไม่สนใจไฟเตือนตรวจสอบเครื่องยนต์ การเพิกเฉยต่อแสงไฟเตือนตรวจสอบเครื่องยนต์อาจส่งผลให้เกิดปัญหากับเครื่องยนต์อย่างร้ายแรงและการซ่อมแซมราคาแพง ไม่เปลี่ยนของเหลวและกรองอากาศ ของเหลวเป็นสิ่งสำคัญในกระบวนการและป้องกันการสึกหรอของเครื่องยนต์และส่วนประกอบสำคัญต่างๆ การตรวจสอบระดับของเหลวและไส้กรองอากาศอย่างสม่ำเสมอช่วยให้มั่นใจได้ว่ารถของคุณทำงานได้อย่างมีประสิทธิภาพและสามารถยืดอายุการใช้งานรถยนต์ได้ ไม่สนใจยางรถ โดยไม่สนใจว่ามันจะแบน หรือหน้ายางจะบางไปแค่ไหนแล้ว ยางที่แช่อยู่ในน้ำบ่อยๆจะเสื่อมสภาพเร็วกว่าปกติ หากไม่ดูแลหรือเปลี่ยน จะส่งถึงปริมาณเชื้อเพลิง, ประสิทธิภาพ และความปลอดภัยที่แย่ลงไปอีก ไม่ตรวจสภาพตามระยะเวลาที่เหมาะสม เพราะหลายๆชิ้นส่วนของรถยนต์มีการสึกหรออยู่ตลอดเวลา จึงมีความจำเป็นที่ต้องได้รับการตรวจสอบอยู่อย่างสม่ำเสมอเพื่อให้ทำงานได้อย่างเป็นปกติและมีประสิทธิภาพสูงสุด ยังสามารถหลีกเลี่ยงกับปัญหาใหญ่ที่จะตามมาด้วยการซ่อมแซมที่มีราคาแพงได้อีกด้วย ปล่อยให้รถเลอะ การไม่ล้างรถเป็นเวลานานเกินไปจะนำไปสู่การสะสมของฝุ่นและสารเคมี อันจะก่อให้เกิดอันตรายกับสีรถและตามมาด้วยสนิมบริเวณส่วนที่เป็นโลหะทั้งหมด ใช้รถอย่างทารุณ ไม่ว่าจะเป็นสภาพจราจรที่แออัด สภาพอากาศที่เลวร้าย สภาพถนนที่ย่ำแย่ หรือการบรรทุกของหนักๆ อย่างไรก็ตาม การหลีกเลี่ยงสิ่งเหล่านี้จะช่วยยืดอายุการใช้งานของรถยนต์ของคุณได้ เพราะการดูแลรถยนต์มักไม่ใช่สิ่งที่เจ้าของรถยนต์ให้ความสำคัญเป็นอันดับแรก จนกว่าจะรู้ก็ต้องเจอกับค่าซ่อมค่าอะไหล่ราคาแพงเข้าไปแล้ว การบำรุงรักษาธรรมดาๆ แต่สม่ำเสมอจะช่วยให้คุณประหยัดเงินได้อีกมาก ลดอาการปวดหัวและป้องกันการใช้จ่ายอย่างไม่จำเป็นกับรถของคุณได้

การเลือกซื้อรถยนต์

การเลือกซื้อรถยนต์

หากคุณต้องการจะซื้อรถยนต์ คันไหนดีนะ เมื่อคิดที่จะซื้อรถยนต์สักคัน คุณจะต้องนึกถึงความต้องการของคุณอย่างรอบคอบ เพราะรถยนต์คือการลงทุนราคาแพง และต้องใช้ความคิดอย่างมากก่อนที่จะตัดสินใจ ข้อควรพิจารณาเมื่อจะซื้อรถยนต์ 1. งบประมาณ ต้องกำหนดงบประมาณของตัวเองล่วงหน้าว่า เพดานราคาสูงสุดของคุณคือเท่าไหร่ ไม่สำคัญว่าเงินของคุณจะมาจากไหน ไม่ว่าจะเป็นเงินออม หรือเงินจากการกู้ยืม แต่อย่างน้อยคุณต้องมีตัวเลขในให้ได้ก่อนที่จะเริ่มตัดสินใจ 2. ขนาดเท่าไหร่ หากคุณตัวคนเดียวหรือมีแฟน รถเก๋งสักคันก็เป็นตัวเลือกที่ดี หรืออยากจะได้ทรงสปอร์ตสักคันก็ยังไหว แต่ถ้าคุณมีครอบครัว หรือกำลังวางแผนที่จะมีในอนาคตอันใกล้ รถ SUV ก็อาจจะเป็นคำตอบที่ดีกว่า อย่างแน่นอน 3. ใช้ทำอะไร ข้อพิจารณาสำคัญอีกประการหนึ่ง หากคุณเป็นคนรักการท่องเที่ยว เดินป่า ตั้งแคมป์ รถที่จะซื้ออาจจะต้องมีพื้นที่ในการบรรทุกสัมภาระได้ หรือถ้าใช้เพื่อขับไปทำงานตอนเช้า แล้วก็กลับบ้านตอนเย็น รถเก๋งมาตรฐานก็น่าจะเพียงพอ ยิ่งถ้าต้องเดินทางอยู่ในเมืองที่วุ่นวาย รถซิตี้ก็ช่วยให้มีความคล่องตัวและหาที่จอดได้ง่ายอีกด้วย 4. รับค่าใช้จ่ายได้เท่าไหร่ ในความหมายก็คือ ค่าใช้จ่ายฟุ่มเฟือยที่ต้องเสียไปให้กับรถ เช่น ค่าน้ำมัน ค่าประกัน และค่าบำรุงรักษารถ เพราะรถแต่ละรุ่นแต่ละยี่ห้อกินน้ำมันไม่เท่ากัน ค่าทำประกัน ค่าบำรุงรักษา และค่าอะไหล่ก็ต่างกันด้วย 5.  รถมือหนึ่งหรือมือสอง แน่นอนว่าการซื้อรถมือสองก็จะทำให้คุณประหยัดงบได้มาก แต่ถ้าอยากได้ความมั่นใจทั้งในเรื่องความปลอดภัยและสมรรถนะของรถ รถใหม่จากศูนย์ก็น่าจะทำให้อุ่นใจได้มากกว่า … Read more การเลือกซื้อรถยนต์

ปัจจัยในการซื้อยางรถยนต์ใหม่

ปัจจัยในการซื้อยางรถยนต์ใหม่

5 ปัจจัยที่ต้องคำนึงเมื่อซื้อยางรถยนต์ใหม่ 1. ขนาดยาง ปัจจัยสำคัญอย่างหนึ่งที่ต้องพิจารณา เมื่อตัดสินใจเลือกซื้อยางคือ ขนาดยาง ซึ่งเป็นปัจจัยที่คิดจากอัตราการบรรทุก โดยพื้นฐานแล้ว ดูได้จากยางโรงงานที่ติดมากับตัวรถตั้งแต่แรก เพราะรถแต่ละรุ่นก็มีขนาดที่แตกต่างกัน อย่างรถปิคอัพกับรถเก๋ง หรือแม้แต่รถเก๋งต่างรุ่น ก็ใช้ยางต่างกันออกไป เนื่องจากน้ำหนักของรถที่แตกต่างกัน 2. ประเภทของยาง นอกจากขนาดแล้ว ประเภทของยาง ก็ยังเป็นสิ่งที่ต้องคำนึง โดยขึ้นอยู่กับว่า คุณใช้รถของคุณแบบไหน เพื่อให้เหมาะกับพื้นถนนและสภาพอากาศ –ยางออลซีซั่น ถูกออกแบบมาเพื่อให้ขับขี่ง่ายและประหยัดน้ำมัน –ยางสมรรถนะสูง ใช้กับรถแข่ง ที่ต้องการความเร็วและการยึดเกาะที่สูง แต่ก็ไม่เหมาะกับสภาพถนนปกติที่อาจจะต้องเจอน้ำและฝุ่น ยังมียางแบบสโนว์ ที่เหมาะกับพื้นที่เป็นหิมะและพื้นน้ำแข็ง แต่นั่นคงไม่จำเป็นสำรหับการใช้งานในบ้านเรา 3. อายุการใช้งานของยาง โดยอายุการใช้งานของยางนั้น ดูได้จากค่าทรีตแวร์ (Treadwear) คือค่าความสึกหรอของยาง ตัวเลขยิ่งมาก ก็จะมีอายุการใช้งานที่นานมากขึ้น แต่ก็ต้องแลกมาด้วยหน้ายางที่แข็งขึ้น และการยึดเกาะถนนที่น้อยลง มากกว่ายางที่มีค่าทรีตแวร์น้อยกว่า ควรพิจารณาด้วยลักษณะการขับขี่ของคุณให้ดีก่อน ว่าเน้นประสิทธิภาพ หรืออายุการใช้การ 4. จำนวนยาง จากสามข้อที่กล่าวมา คือสิ่งที่ต้องพิจารณาในการจะเปลี่ยนยางรถยนต์ของคุณทั้งสี่เส้น ไม่ว่าจะเป็นขนาดยาง ประเภทของยาง และค่าความสึกหรอ แต่บางครั้งก็ไม่จำเป็นที่จะต้องเปลี่ยนยางทั้งสี่เส้นพร้อมกันก็ได้ ถ้ายางรั่ว … Read more ปัจจัยในการซื้อยางรถยนต์ใหม่

กลโกงในการดูแลรักษารถ

กลโกงในการดูแลรักษารถ

5 สัญญาณที่บ่งบอกว่าคุณกำลังถูก “ลักไก่” คุณเคยเอารถไปที่อู่ที่คุณไม่คุ้นเคย เพียงเพื่อแค่ “ถ่ายน้ำมันเครื่อง” เท่านั้นหรือไม่  แต่แล้วคุณกลับได้บิลค่าใช้จ่ายราคาแพง พร้อมลิสต์รายการซ่อมอื่นๆที่ยาวเป็นหางว่าวกลับมาด้วยหรือเปล่า ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัยและรถยนต์ที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น รถยนต์ของเราในทุกวันนี้ จึงพังยากมากขึ้น แถมทั้งยังมีอายุการใช้งานที่ยาวนานกว่าที่หลายคนคาดไว้ จึงเป็นเรื่องเดือดร้อนกับอู่ ที่จะขาดรายได้ไป จนทำให้อู่พวกนี้หันมาใช้กลโกงวิธีเหล่านี้ เพื่อเรียกเงินจากคุณ –ข่มขู่ด้วยไฟ เอนจิ้น ที่ขึ้นเตือน ไม่มีอะไรน่ารำคาญไปกว่าไฟเอนจิ้นบนหน้าปัดรถขึ้นเตือน เพราะสาเหตุมันมีมากมายเหลือเกิน จากสาเหตุที่เล็กมากๆไปจนถึงสิ่งที่เป็นปัญหาจริงๆ ช่างจะใช้ความกลัวในเรื่องนี้หลอกเจ้าของรถที่ไม่มีความรู้พื้นฐานว่ามันเป็นอะไรที่หนักหนา และต้องแลกด้วยเงินค่าซ่อมจำนวนมากของคุณ –ซ่อมนานกว่าที่ควรจะเป็น บางครั้งการซ่อมเล็กๆน้อยๆอาจจะใช้เวลาจริงๆไม่ถึงชั่วโมง แต่การบอกให้ทิ้งรถไว้ ทำให้ดูเหมือนว่าอาการมันหนักหนาสาหัสกว่าที่คุณเห็นมากมายนัก จากค่าแรงไม่กี่บาท กลายเป็นค่าแรงที่พวกเขาบอกว่า ทุ่มเทซ่อมรถให้คุณมาหลายวันด้วยวงเงินค่าใช้จ่ายที่มหาศาล จนคุณต้องตกใจ –ซ่อมโดยไม่ถาม ขั้นตอนการซ่อมปกติ คือตรวจสอบว่ารถเป็นอะไร ซ่อมอะไร และประเมินราคามาให้เสร็จ เพื่อให้เจ้าของรถได้เตรียมค่าใช้จ่าย แต่บางครั้งด้วยบุคลิกของเจ้าของรถที่ดูเป็นคนสบายๆอะไรก็ได้ จะทำให้อู่พวกนี้ลักไก่ ด้วยการซ่อมอย่างอื่นเพิ่มเติม ทั้งที่ไม่จำเป็น เพื่อที่จะขายของให้ได้มากขึ้น –แนะนำให้เปลี่ยนน้ำมันเครื่อง ตามข้อแนะนำ รถยนต์ควรเปลี่ยนน้ำมันเครื่องในทุกๆ 5000 กิโลเมตร แต่รู้หรือไม่ว่า ด้วยเทคโนโลยีที่ทันสมัย น้ำมันเครื่องสังเคราะห์บางยี่ห้อสามารถใช้ได้ถึง 20,000 กิโลเมตร แต่ช่างก็จะเข้ามาถามทุกครั้งว่า … Read more กลโกงในการดูแลรักษารถ

จานเบรค มีอายุการใช้งานยาวนานแค่ไหน

จานเบรค มีอายุการใช้งานยาวนานแค่ไหน

จานเบรค มีอายุการใช้งานยาวนานเท่าไหร่ ถึงแม้ว่า คุณจะใช้รถยนต์ในการเดินทางออกจากบ้านไปซื้อของหน้าปากซอยเป็นระยะทางสั้นๆก็ตาม คุณก็อาจจะต้องเหยียบเบรคมากถึง 20-50 ครั้งเลยทีเดียว โดยที่คุณอาจจะไม่สังเกตหรือรู้ตัว ว่าคุณกำลังทำในสิ่งที่กล่าวมา หากลองนึกภาพตามดูว่า ถ้าขับรถในสภาพการจราจรที่หนาแน่น หรือการเดินทางไกล ที่ต้องเหยียบเบรคไปตลอดทาง ในระยะทางร่วม 100 กิโลเมตรหรือมากกว่านั้น คุณจะต้องเบรคกี่ครั้งกี่ครั้งกันแน่ และนั่นคือสาเหตุที่ทำให้จานเบรคของคุณต้องผ่านการใช้งานไปทีละน้อยๆดดยที่คุณไม่รู้ตัวเลยนั่นเอง ข้อมูลจากโรงงาน แนะนำให้เปลี่ยนจานเบรคทุกๆ 50,000–100,000 กิโลเมตร แต่ด้วยหลายๆปัจจัยในการใช้เบรค ไม่ว่าจะเป็นขนาดและน้ำหนักของรถ สไตล์การขับขี่ และคุณภาพของเบรค เราอาจจะรอถึงเวลานั้นไม่ไหว หากจานเบรคของคุณไม่แตกหรือไม่คด การเจียรจานเบรคเป็นตัวเลือกหนึ่งในการยืดอายุการใช้งานออกไปได้ แต่นั่นเป็นเพียงการแก้ไขแค่ชั่วคราว เพราะจานเบรคจะสึกลงไปเรื่อยๆตลอดการใช้งาน ในสภาวะที่การจราจรแออัด ต้องทำให้คุณเบรคบ่อยขึ้น การทิ้งระยะห่างและใช้น้ำหนักเบรคน้อยลง ช่วยให้คุณยืดอายุการใช้งานให้นานขึ้นได้ การขับรถทางไกลและต้องขึ้นเขาก็เช่นกัน การทิ้งระยะห่างที่เพียงพอ จะทำให้เบรคไม่ต้องทำงานหนัก การขึ้นลงเขา ถ้าใช้เอนจิ้นเบรคจะช่วยลดความร้อนและการสึกหรอของจานเบรคที่จะนำไปสู้การแตกหรือเสียหายของจานเบรคได้อีกทางหนึ่ง คันเบรคในรถเป็นส่วนหนึ่งของระบบเบรค และมีอายุการใช้งานพอๆกับจานเบรค ไม่ควรปล่อยให้คันเบรคจมลงไปมากนัก เพราะยิ่งคันเบรคจม นั่นทำให้จานเบรคที่เป็นโลหะจะสัมผัสกันจนสึกหรอไปมากกว่าที่ควรจะเป็น เบรคที่ดีกับยางที่ดี จะช่วยให้การเบรคนั้นมีประสิทธิภาพมากยิ่งขึ้น โดยการเบรคคือการทำเพื่อให้รถชะลอหรือหยุด หากยางรถยนต์ของคุณมีประสิทธิภาพ นั่นหมายถึงเบรคก็จะมีประสิทธิภาพเช่นกัน

รถเป็นอะไร ทำไมความร้อนขึ้น

รถเป็นอะไร ทำไมความร้อนขึ้น

รถเป็นอะไร ทำไมความร้อนขึ้น คุณคงจะเคยเห็นภาพคนยืนเปิดฝากระโปรงรถตามถนน หรือในภาพยนตร์ แล้วก็มีควันพวยพุ่งขึ้นมา การที่รถยนต์เกิดการโอเวอร์ฮีทนั้น เกิดขึ้นได้จากหลายสาเหตุ ยิ่งในช่วงหน้าร้อนที่แสงแดดแผดเผา อุณหภูมิขึ้นสูงหลายองศา ยิ่งเป็นสาเหตุและตัวเร่งปฏิกิริยาให้เกิดหายนะจากการที่เครื่องยนต์ของท่านมีความร้อนสูงเกิน หากรู้อย่างนี้แล้ว แล้วจะทำอย่างไร ไม่ให้รถเกิดความร้อนสูงล่ะ เพราะสาเหตุใด และทำไมเครื่องยนต์ถึงโอเวอร์ฮีท 1.สารหล่อเย็นต่ำ สิ่งที่น่าจะเป็นไปได้อันดับแรก คือสารหล่อเย็นอยู่ในระดับปริมาณที่น้อยกว่าเกณฑ์ เมื่อสารหล่อเย็นมีปริมาณที่น้อย และเครื่องยนต์ไม่ได้รับการลดความร้อนเป็นเวลานาน ก็จะทำให้เกิดการโอเวอร์ฮีทได้ เมื่อโลหะภายในขยายตัวจากความร้อนและทำให้เกิดการเสียดสี นั่นคือจุดเริ่มต้นแห่งการทำลายเครื่องยนต์ของคุณ 2.ระบบทำความเย็นมีปัญหา มีข้อบ่งชี้สองสามอย่าง จากอาการรั่วของระบบทำความเย็น อาจจะสังเกตได้จากรอบหยดใต้ท้องรถ หรือมีกลิ่นผิดปกติเกิดขึ้น การรั่วจากภายในไม่สามารถมองเห็นได้ แต่สังเกตได้จากระดับสารหล่อเย็นที่ไม่ปกติ  ส่วนที่รั่วจากภายนอกให้สังเกตเอาจากบริเวณใต้ท้องรถนั่นเอง 3.เทอร์โมสแตททำงานไม่ปกติ เทอร์โมสแตทหรือวาล์วน้ำ มีหน้าควบคุมการไหลของสารหล่อเย็นให้ทำงานตามความร้อนที่กำหนด ถ้าวาล์วตัวนี้ทำงานผิดปกติ หรืออ่านค่าความร้อนผิด สารหล่อเย็นก็จะไม่ไปทำงานเพื่อรถความร้อนของเครื่องยนต์ของรถ และแน่นอน เมื่อร้อนขึ้นเรื่อยๆ ก็ทำให้เครื่องยนต์ร้อนเกินกำหนดอย่างไม่ต้องสงสัย 4.น้ำมันเครื่องต่ำ น้ำมันเครื่องมีหน้าที่ช่วยลดความร้อนและแรงเสียดทานภายในเครื่องยนต์ อีกทั้งยังช่วยเพิ่มความหล่อลื่นให้ในส่วนของโลหะ และดักจับสิ่งแปลกปลอมที่เป็นอันตรายต่อเครื่องยนต์ ข้อควรปฏิบัติเมื่อเครื่องยนต์เกิดความร้อนสูง พยายามจอดรถในสถานที่ ที่มีความปลอดภัย ปิดแอร์และเปิดหน้าต่าง ถ้ายังมีความร้อนเกิดขึ้นต่อเนื่อง ให้เปิดลมร้อนเพื่อระบายความร้อนให้เข้าไปในห้องโดยสารแทน เปิดฝากระโปรงรถเพื่อให้ความร้อนได้ระบาย อย่าเบรคเร็วๆแรงๆเพื่อเพิ่มความร้อนเข้าไปอีก วิธีที่ดีที่สุดเพื่อป้องกันเหตุการณ์ดังกล่าว คือการบำรุงรักษารถตามมาตรฐานอย่างสม่ำเสมอ นอกจากนี้ … Read more รถเป็นอะไร ทำไมความร้อนขึ้น

การสอนลูกขับรถ

การสอนลูกขับรถ

การสอนลูกขับรถ ยังจำครั้งแรกที่คุณเริ่มขับรถได้ไหม มันคงผ่านมานานมากแล้ว เมื่อครั้งที่แม่หรือพ่อพาไปที่ลานจอดรถว่างๆเพื่อฝึกขับรถ ตอนนี้ ก็ถึงตาของลูกๆบ้างแล้ว วัยที่เริ่มจะยืมรถที่บ้านออกไปขับ แน่นอนว่า คุณคงจะเป็นห่วง แต่เรื่องแบบนี้ก็ยากที่จะกีดกัน เพราะฉะนั้น เรามาเตรียมความพร้อมให้ลูกหลานของเรากันดีกว่า 1. อยู่ให้ห่างจากโทรศัพท์ การให้ความรู้เกี่ยวกับผลที่ตามมา จากการใช้โทรศัพท์มือถือขณะขับรถนั้น มีความสำคัญอย่างยิ่งต่อความปลอดภัยของตนเองและผู้อื่นบนท้องถนน เน้นย้ำให้หนักและบ่อยเท่าที่จะเป็นไปได้ไม่ว่าการโทร โซเชียล หรือแชทอะไรก็ตาม นอกจากนี้ การใช้มือถือระหว่างขับรถยังเป็นสิ่งผิดกฎหมายอีกด้วย 2. รักษาระยะห่างที่ปลอดภัยในขณะขับรถตามคันหน้า การรักษาระยะห่างจากรถคันอื่นอย่างเหมาะสมอาจเป็นเรื่องยากสำหรับผู้ขับขี่หน้าใหม่ เด็กๆต้องการการฝึกฝนเพื่อประเมินว่าจะใช้เวลาเท่าไหร่ในการหักหลบอย่างปลอดภัยและระยะทางแค่ไหนที่พวกเขาควรอยู่ให้รถคันหน้า ให้ใช้กฎ 2 วินาที ในการนับหนึ่ง–สองวินาที ด้วยจังหวะปกติสำหรับการไปถึงรถคันหน้า จะช่วยให้ระยะห่างระหว่างรถยนต์ของคุณกับรถคันหน้านั้น มากพอที่จะแก้ไขสถานการณ์ในยามที่เกิดเหตุไม่คาดฝัน 3.ใส่ใจให้มากเวลาขับรถตอนกลางคืน การขับรถตอนกลางวันกับกลางคืนนั้นค่อนข้างแตกต่างกัน เป็นอีกสิ่งที่สำคัญที่ต้องมีประสบการณ์ในการขับรถตอนกลางคืนบ้างก่อนปล่อยให้ไปสอบใบขับขี่ ต้องแน่ใจว่าทุกระบบไฟของรถทำงานได้ปกติ กระจกและทัศนวิสัยดีพอ อย่าจ้องมองแสงไฟที่ส่องเข้ามาสู่สายตาโดยตรง 4.คาดเข็มขัดนิรภัย จากสถิติ สาเหตุการตายบนท้องถนน 48% คือการไม่คาดเข็มขัดนิรภัย ฟังดูเหมือนว่าเรื่องนี้นั้น เป็นเรื่องเล็กน้อย ซึ่งจริงๆแล้วนั้น มันเป็นเรื่องและปัญหาที่สำคัญ ที่จะนำอันตรายและพาความสูญเสียต่างๆมาสู่คุณ ซึ่งท่านผู้ปกครองและพ่อแม่ต้องคอยย้ำเตือน ให้เด็กได้ตระหนักว่ามันสำคัญจริงๆ เพราะถุงลมนิรภัยไม่สามารถช่วยคุณได้ไปมากกว่าเข็มขัดนิรภัยแน่นอน 5.เป็นแบบอย่างที่ดี การสอนให้เด็กๆทำอาจจะดูเป็นเรื่องยาก แต่การปฏิบัติเป็นตัวอย่างตามคำแนะนำเหล่านี้ … Read more การสอนลูกขับรถ